> พ่อหอบหลักฐานแชตลับยื่นตร. โต้ข่มขืนลูกสาวในไส้ - Dropstime primary homework help saxons religion leeds beckett creative writing staff river glossary homework help pay someone to do personal statement essay on how can we help others war of the roses homework help creative writing stories about relationships masters in creative writing new zealand importance of creative writing in education hart c 1998 doing a literature review primary homework help industrial revolution creative writing sleepaway camp creative writing story starters ks1 calories burned while doing homework creative writing and literature masters southern new hampshire university mfa creative writing factors affecting price elasticity of demand essay will writing service ely creative writing english essays homework help social science creative writing based scholarships dental school personal statement writing service do homework online and get paid langara continuing studies creative writing who to write a case study

พ่อหอบหลักฐานแชตลับยื่นตร. โต้ข่มขืนลูกสาวในไส้


พ่อแม่หอบหลักฐานแชตลับในโทรศัพท์ลูกสาว ให้ตำรวจเมืองสุพรรณบุรี โต้ข่มขืนลูกตัวเองนาน 4 ปี ยืนยันความบริสุทธิ์ ยันลูกมีพฤติกรรมอยู่ในไลน์กลุ่มเซ็กซ์หมู่ พร้อมต่อสู่คดีถึงที่สุด ยันไม่โกรธลูก แค่เสียความรู้สึก ตำรวจนำตัวส่งฝากขัง เจ้าตัวเตรียมหลักทรัพย์ 4 แสนยื่นประกัน
จากกรณีเมื่อวันที่ 19 พ.ค. น.ส.กมลชนก โพธิ์พันธุ์ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี ชาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ยายของ ด.ญ.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้แจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ให้ดำเนินคดีกับ นายสอง (นามสมมุติ) พ่อแท้ๆของ ด.ญ.หนึ่ง ในข้อหากระทำชำเรา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จนกระทั่งวานนี้ นายสอง ออกมาปฏิเสธ พร้อมทั้งระบุว่า สาเหตุมาจากตัวเองไปเจอแชตไลน์ของลูกสาวที่คุยกันเรื่องเพศสัมพันธ์ เรื่องเซ็กซ์หมู่ มีการตอบโต้กับผู้ชายด้วยสรรพนาม ผัวจ๋า เมียจ๋า ก็เลยลงโทษด้วยการตี ทำให้ลูกสาวโกรธเลยไปฟ้องยายว่าถูกตนข่มขืน จากนั้นนายสอง เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองสุพรรบุรี พร้อมให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงปล่อยตัวชั่วคราวไป เนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และวันนี้จะนัดนำตัวไปส่งศาลฝากขัง ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

– พ่อช้ำลูกวัย11แจ้งจับขืนใจ เชื่อโกรธตีเหตุแชตเซ็กซ์หมู่  
– พ่อหื่นขืนใจลูกวัย11นาน4ปี ขู่ฆ่าหากไปเล่าให้ใครฟัง

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี นายสอง พ่อของ ด.ญ.หนึ่ง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง พร้อมเปิดเผยอีกครั้งว่า เมื่อทราบว่าแม่ยายพาลูกสาวแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง รู้ตกใจมาก ไม่คิดว่าลูกสาวจะแจ้งความจับตนกล่าวหาว่าข่มขืนแล้วขู่จะฆ่า รู้สึกเสียใจมาก ตนไม่ได้ทำถ้าทำตน ที่ลูกแจ้งว่า ตนข่มขืนมาถึง 4 ปี คิดง่ายๆลูกตนเองตอนนั้นแค่ 7 ขวบ และไม่เคยคิดที่จะทำแบบนั้น ส่วนสาเหตุจริงๆเนื่องจากตนไปเจอความจริงว่าลูกสาวแชตไลน์กันทางโทรศัพท์ คุยกันเรื่องเซ็กซ์หมู่และคุยกันกับผู้ชายว่า ในเชิงชู้สาว เรื่องเพศสัมพันธ์ ตนรับไม่ได้จึงว่า กล่าวตักเตือนและตี จึงทำให้ลูกสาวโกรธก็เลยไปฟ้องยาย หาว่าตนเองข่มขืน 

นายสอง กล่าวด้วยว่า ตนมีลูกสาวคนเดียว ถ้าไม่รักลูกแล้วจะรักใคร ขอยืนยันว่าตนไม่ได้ข่มขืน ขอความเป็นธรรมให้ตนด้วย ตอนนี้สังคมประณามตนอย่างมาก ตนจะสู้คดีถึงที่สุด ถ้าตนทำจริง ตนหนีไปนานแล้ว เพราะมีการแจ้งความตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.64 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตนไม่โกรธเคืองลูกสาวแต่อย่างใด เพราะถึงอย่างไรก็เป็นลูก แค่เสียความรู้สึกบ้าง อย่างไรก็ตาม ตนเตรียมหลักทรัพย์จำนวน 4 แสนบาท เพื่อยื่นประกันตัวในชั้นศาล

ด้าน นางเกด (นามสมมุติ) แม่ของ ด.ญ.หนึ่ง กล่าวว่า ลูกสาวมีพฤติกรรมชอบคุยโทรศัพท์กับผู้ชาย พอพ่อจับได้ก็ถูกตีถูกสั่งสอน จึงไปฟ้องยาย และบอกว่าพ่อข่มขืนตั้งแต่ ป.1-ป.4 แต่ตนเองคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คนเป็นพ่อจะไปข่มขืนลูกตัวเอง เพราะว่าที่บ้านก็มีกันอยู่ 3 คน สามีจะเอาเวลาตอนไหนไปทำกับลูกแบบนั้น ขนาดลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าว พูดจาด่าพ่อด่าแม่เวลาสั่งสอน เรื่องที่แชตไลน์กับผู้ชายพวกตนยังไม่โกรธ แต่วิธีค่อยๆอบรมสั่งสอน

ต่อมา นายอดิศักดิ์ แก้วประสิทธิ์ ทนายความของนายสอง พร้อมด้วย นางเกด แม่ของ ด.ญ.หนึ่ง ได้นำโทรศัพท์ ด.ญ.หนึ่ง และหลักฐานภาพถ่าย การแชตไลน์คุยกับผู้ชายเกี่ยวเรื่องเพศสัมพันธ์ และคลิปลามกต่างๆที่อยู่ในโทรศัพท์ของ ด.ญ.หนึ่ง มามอบให้กับ พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายสอง ว่า ด.ญ.หนึ่ง มีพฤติกรรมอย่างไร

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า มูลเหตุของคดีเบื้องต้นทราบว่า เกิดจากการที่ฝ่ายพ่อเด็กมีข้อขัดแย้งกับฝ่ายพ่อตาแม่ยายเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทอง การใช้จ่ายต่างๆ แต่ประเด็นที่มีเรื่องมาโยงใยกับเด็ก เนื่องจากพ่อจับได้ว่าเด็กมีพฤติกรรมในทางล่อแหลมเกี่ยวกับเพศ เช่นดูคลิปโป๊ อยู่ในกลุ่มของคลิปโป๊ และการสนทนาแชตไลน์กับผู้ชายในละแวกบ้านในเชิงชู้สาว มีหลักฐานชัดเจนจึงมอบให้กับ ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี และพนักงานสอบสวนแล้ว เพื่อยืนยันว่า มูลเหตุจริงนั้นน่าเกิดจากตรงนี้หรือไม่ รวมทั้งร่องรอยการละเมิดทางเพศแพทย์สันนิษฐานว่า น่าจะละเมิดทางเพศ คำว่า “น่าจะ” ต้องมีการพิสูจน์ว่า เยื่อพรหมจรรย์ที่ฉีกขาดเกิดจากวัตถุอื่น นอกจากอวัยะเพศหรือเปล่า หรือถ้าเกิดจากอวัยะเพศจริงๆ น่าจะเป็นของใคร ตรงนี้ต้องมีการพิสูจน์ดีเอ็นเอ ขนเพชรอะไรต่างๆ…. อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/crime/848699