> วัคซีนช่วยฝ่าวิกฤติได้แน่! - Dropstime doing a literature review knopf how to develop creative writing university of virginia mfa creative writing acceptance rate best mfa creative writing programs in the us anchorage daily news creative writing contest 2019 law school personal statement editing service creative writing programs undergraduate accounting homework help yahoo answers western kentucky mfa creative writing creative writing english essays thesis statement for narrative essay help creative writing ait second conditional creative writing help with college essay writing i do my homework in french apps that do your reading homework for you what else can i do dlp case study university of oregon creative writing phd surfing creative writing full residency mfa creative writing programs what can you do with an mfa in creative writing viking timeline primary homework help homework help ask questions best creative writing programs in texas linkedin profile writing service reviews uk

วัคซีนช่วยฝ่าวิกฤติได้แน่!


รีบไปฉีดเถอะ เพราะไม่ว่าจะเป็นวัคซีนยี่ห้อไหนก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้เเน่!

คุณหมอโสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข บอกผมวันก่อน อยากให้สื่อช่วยกันนำเสนอประโยชน์ของวัคซีน เพราะวัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้

ไทยเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 8 พฤษภาคม ฉีดไป 1.74 ล้านโด๊ส เข็มแรก 1.27 ล้านราย ครบ 2 เข็ม 470,054 ราย เราได้ซิโนแวคมา 2.319 ล้านโด๊ส แอสตราเซเนกาอีกแสนกว่าโด๊ส

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ซิโนแวคถึงไทยอีก 1 ล้านโด๊ส คุณหมอวิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม บอกว่า มะรืนนี้ 14 พฤษภาคม ซิโนแวคมาอีก 5 แสนโด๊ส จากการบริจาคของจีน สิ้นเดือนนี้มาอีก 2 ล้านโด๊ส จากการจัดซื้อโดยองค์การเภสัชกรรม

แอสตราเซเนกา รุ่นผลิตในไทยโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ผ่านการรับรองคุณภาพจากยุโรป-สหรัฐแล้ว เตรียมส่งมอบลอตแรก ตามกำหนดคือ 6 ล้านโด๊สในเดือนมิถุนายน ไม่รวมที่นายกฯ และกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้ากี่ยี่ห้อไม่สน จะหามาฉีดคนไทยให้ได้ไม่ต่ำกว่า 70 ล้านโด๊ส หรือมากกว่านั้น

ตอนนี้เลยไปขั้นที่นายกฯ พูดถึงวัคซีนเข็มที่ 3 ยาวถึงปีหน้า หาให้ได้ 150 ล้านโด๊ส เรียกว่ากันเหนียว เผื่อยืดเยื้อกันเลย

วันก่อน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายพิเศษ หัวข้อ “ภูมิต้านทานและผลข้างเคียงจากวัคซีน COVID-19”

ศ.นพ.ยง บอกว่า อยากชวนทุกคนมาฉีดวัคซีน ประเทศที่รณรงค์ฉีดวัคซีนเตรียมจะเปิดประเทศแล้ว ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ติดเชื้อถ้าลงปอดเป็นปอดบวม หรือมีความรุนแรง ภูมิต้านทานจะสูงกว่าคนที่มีอาการน้อย ภูมิสูงก็จะคงอยู่นาน คนที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยภูมิก็จะต่ำ คงอยู่สั้น เพราะฉะนั้นคนที่มีอาการน้อยจึงมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก หรือเป็นได้ 2 ครั้ง 3 ครั้ง ในกรณีที่ภูมิต้านทานลดต่ำลงหรือหมดไป

คำถามที่ว่าถ้าคนที่หายแล้วจะต้องฉีดวัคซีนไหม บอกเลยว่าต้องฉีด โดยทั่วไปจะฉีดหลังจากหายแล้ว 3-6 เดือน เกิน 6 เดือนควรฉีดใหม่ 2 เข็มเหมือนคนปกติ เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้สูงอยู่ตลอด เมื่อฉีดครบ 2 เข็มแล้ว เป็นโควิดอีกได้หรือไม่ ศ.นพ.ยง ตอบว่า ได้ ในอเมริกาแม้จะเป็นยี่ห้อไฟเซอร์ โมเดอร์นา ที่เราคลั่งไคล้กัน ฉีดแล้วเป็นโควิด 9,000 กว่าคนแล้ว แสดงว่าไม่ว่าวัคซีนตัวไหนฉีดแล้วก็ยังเป็นโควิดได้ จุดประสงค์ในการฉีดคือลดความรุนแรงของโรค

ศ.พญ.กุลกัญญา บอกว่า ผลสรุปเปรียบเทียบวัคซีนแต่ละชนิดจากการศึกษาระยะที่ 3 ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์, โมเดอร์นา, แอสตราเซเนกา, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, สปุตนิก วี, ซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ป้องกันป่วยหนักได้ 100 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่แตกต่างกันคือประสิทธิภาพของการป้องกันการป่วย หมายถึงป่วยเบา ป่วยปานกลาง ภาพรวมไม่ค่อยแตกต่างกัน แต่ถ้าป่วยหนักและเสียชีวิตกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์

สำหรับวัคซีนซิโนแวค ศ.พญ.กุลกัญญา ระบุว่า สร้างภูมิต้านทานในระดับที่ไม่แพ้แอสตราฯ ประเทศชิลี ใช้ซิโนแวคเป็นหลัก ฉีดไป 10.5 ล้านโด๊ส ป้องกันป่วยได้ 67 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันนอนโรงพยาบาลได้ 85 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันการเข้าไอซียูเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันเสียชีวิตได้ 80 เปอร์เซ็นต์

อาจารย์หมอทั้งสองพูดไว้ละเอียดหาอ่านย้อนหลังได้ ถึงคิวฉีดวันไหน จะรีบไปไม่อิดเอื้อนแน่.