> สมาคมประสาทวิทยาฯ แนะผู้ป่วย "ไมเกรน" ไม่ควรหยุดยาเพื่อฉีดวัคซีนโควิด - Dropstime creative writing university scotland minnesota state university mankato mfa creative writing steps for writing an essay in the correct order edinburgh university creative writing phd lawyer description creative writing creative writing programs portland oregon java homework help chinese new year creative writing tes creative writing ks4 creative writing description storm sheffield creative writing ma creative writing artez creative writing course sydney university creative writing y7 creative writing description of autumn creative writing about a place year 8 creative writing scheme of work application letter for job order renewal famous creative writing majors best creative writing platforms how does homework help with time management syracuse creative writing structural devices in creative writing creative writing describe hospital creative writing mfa uk

สมาคมประสาทวิทยาฯ แนะผู้ป่วย “ไมเกรน” ไม่ควรหยุดยาเพื่อฉีดวัคซีนโควิด


สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย แนะผู้ป่วยไมเกรนฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ต้องหยุดยา เผยกรณีศึกษาไม่พบวัคซีนทำให้หลอดเลือดสมองตีบ ชี้หยุดยาเกิดผลเสียมากกว่า

(7 มิ.ย.64) สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย ออกมาให้ความมั่นใจกับผู้ป่วยไมเกรนที่มีอยู่กว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ หลังก่อนหน้านี้เกิดความกังวลถึงผลข้างเคียงในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยารักษาอาการปวดหัวไมเกรนเป็นประจำ ต่อการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ของซิโนแวค ที่มีความเสี่ยงจะเกิดอาการหลอดเลือดสมองตีบจนนำไปสู่อาการอัมพฤกษ์ อัมพาต จนทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่กล้าฉีดวัคซีน

ในวันนี้สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย ออกประกาศที่มีเนื้อหาสำคัญว่า เนื่องจากมีรายงานผลของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 ทำให้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาทชั่วคราว เช่น อาการชา หรือ อาการอ่อนแรง แต่จากการรวบรวมกรณีศึกษาต่าง ๆ ยังไม่พบว่ามีความผิดปกติจากการตรวจเอ็กชเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI Brain) และการตรวจหลอดเลือดในสมอง (MRA หรือ CTA) อย่างชัดเจน

แต่อาการดังกล่าวเกิดจากการตอบสนองของร่างกายจากการฉีดวัดชีน ซึ่งเกิดได้กับวัคซีนทุกชนิดและเกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น

จากข้อมูลในปัจจุบันจึงแนะนำเรื่องการใช้ยารักษาโรคปวดศีรษะไมเกรนว่า “ไม่จำเป็นต้องหยุดยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน” เช่น ยากลุ่ม acetaminophen ยากลุ่ม NSAIDs ยาที่มีส่วนผสมของ Ergotamine และ คาเฟอีน หรือ ยาในกลุ่มทริปแทน หรือ ยาป้องกันไมเกรนชนิดต่างๆ ได้แก่ ยาในกลุ่มยากันชัก เช่น Topiramate, Valproic acid ยาในกลุ่มยาต้านเศร้า เช่น Amitriptyline , Venlafaxine ยาในกลุ่มต้านแคลเซียม เช่น Flunarizine ยาในกลุ่มด้านเบต้า เช่น Propranolol และ ยาป้องกันไมเกรนชนิดอื่นๆ ที่ผู้ป่วยรับประทานอยู่เป็นประจำ หากยังมีความกังวลใจ และต้องการหยุดยาแก้ปวดไมเกรนหรือยาป้องกันไมเกรน ให้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาเพื่อวางแผนในการฉีดวัคซีนโควิด -19 และแนะนำอาการของโรคปวดศีรษะไมเกรนที่อาจจะเกิดขึ้น

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้เชี่ยวชาญโรคปวดศีรษะและสมอง หัวหน้าหน่วยประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ กรรมการสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเกิดผลกระทบหลังฉีดวัคซีน โดยเฉพาะซิโนแวคว่าทำให้เกิดอาการอำพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดหดตัว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาทั่วประเทศ ได้รวบรวมกรณีศึกษาที่มีการตรวจเอ็กชเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง หรือ MRI Brain และ การฉีดสีตรวจหลอดเลือดในสมอง พบว่าไม่มีการหดตัวของเส้นเลือดหรือพบความผิดปกติของการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง นอกจากนี้ยังมีการตรวจการทำงานของสมอง พบว่าหลังฉีดวัคซีน การทำงานของสมองมีการทำงานผิดปกติชั่วคราว ซึ่งเป็นการตอบสนองของวัคซีนทุกชนิดและส่วนใหญ่อาการจะหายเองจนหายสนิท

เกือบสองเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย มรีการหารือในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศ ทั้ง แพทย์ประสาท และ แพทย์สาขาอื่น ๆ จากโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศกว่า 200 คน มีการรวบรวมกรณีศึกษาในประเทศจำนวนมากในกลุ่มที่มีอาการชา อ่อนแรงชั่วคราว รวมทั้งศึกษาจากรายงานของต่างประเทศ พบว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ไม่มีความสัมพันธ์กับโรคไมเกรนและไม่มีความสัมพันธ์ต่อการกินยารักษาหรือยาป้องกันไมเกรน

ทางสมาคมเห็นว่าการสื่อสารข้อมูลในช่วงที่ผ่านมา เกิดผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรง หากขาดยาจะเกิดปัญหาปวดหัวมากขึ้น บางคนกินยาทุกวัน หากหยุดยาเฉียบพลัน นอกจากปวดหัวมากขึ้น อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ความดันต่ำ จึงแนะนำผู้ป่วยไมเกรนที่ใช้ยาแก้ปวด หรือ ยาป้องกันไมเกรนเป็นประจำ ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดยาแก้ปวดหรือยาป้องกันไมเกรน ในระหว่าง ก่อน หรือ หลังฉีดวัคซีน เพราะการหยุดอาจมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะอาจทำให้ปวดหัวจนฉีดวัคซีนไม่ได้