> สมาคมโรคติดเชื้อฯ จี้รัฐบาล จัดซื้อวัคซีนชนิด mRNA สู้โควิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ - Dropstime ma creative writing derby university motte and bailey castles primary homework help ma creative writing open university review creative writing k12 deped best creative writing programs in new york creative writing course sydney university creative writing international relations creative writing stress relief business plan writers in houston texas list of descriptive words for creative writing university of south wales creative writing essay writing help services creative writing sydney short course haunted house creative writing story lancaster creative writing staff creative writing workshop malaysia 2019 creative writing on my mother for grade 1 pay someone to write my essay for me application letter already written sfsu creative writing department doing my homework meaning history homework help ks2 homework writers student resume writing service

สมาคมโรคติดเชื้อฯ จี้รัฐบาล จัดซื้อวัคซีนชนิด mRNA สู้โควิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่

ออกโรง! สมาคมโรคติดเชื้อฯ จี้รัฐบาล จัดซื้อวัคซีนชนิด mRNA สู้โควิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่
สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ศบค. ระบุว่า
ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด – 19 มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ทางรัฐบาลได้เริ่มออกมาตรการต่าง ๆ ที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมการระบาด หนึ่งในมาตรการที่สําคัญ คือการเร่งระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ ครอบคลุมประชากรให้มากที่สุดโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและประชากรกลุ่ม เปราะบางต่าง ๆ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดความรุนแรงของการระบาดได้ ดังเช่นประสบการณ์ในประเทศอื่น ๆ

ทางสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย มีความห่วงใยในสถานการณ์การระบาดของโควิด – 19 ที่มีความผันแปรตลอดเวลา โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ของไวรัส ที่มีส่วนทําให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง จึงใคร่ขอ นําเรียนเพื่อพิจารณาในประเด็นดังต่อไปนี้

  1. นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาดหมายว่าไวรัสสายพันธุ์อินเดีย จะกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีการระบาดกว้างขวางที่สุดและเป็นสายพันธุ์เด่นทั่วโลก ดังที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดียและประเทศอังกฤษ
  2. วัคซีนทุกชนิดที่ใช้อยู่ในโลกขณะนี้ กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดียใต้น้อยลงเมื่อเทียบกับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิม ข้อมูลเท่าที่มี พบว่าสําหรับวัคซีนชนิด mRNA แม้จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ลดลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ เช่น วัคซีนของบริษัท AstraZeneca กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้น้อยลง ส่วนวัคซีนชนิดเชื้อตาย คือ Coronavac (Sinovac) นั้น ไม่มีข้อมูล เนื่องจากวัคซีนนี้ ไม่เคยมีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยที่ทําอย่างเป็นระบบและตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันต้อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์อังกฤษที่ได้จากวัคซีนชนิดนี้ต่ํากว่า ที่ได้ จากวัคซีนชนิด rmRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ จึงคาดหมายได้ว่า ระดับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสจายพันธุ์อินเดียน่าจะลดลงต่ำไปกว่านั้นอีก จนอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนนี้ในภาพรวม

ADVERTISEMENT

  1. ข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีนจากบริษัท Sinovac ในประเทศไทยที่พบว่าระดับภูมิคุ้มกันหลังการได้รับวัคซีน 2 เข็ม มีระดับเพียงพอ ลดอัตราการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้ เป็นข้อมูลที่เก็บในช่วงของการระบาย ของเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ จึงยังไม่อาจนําข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีน มาใช้ในการพิจารณาจัดซื้อวัคซีนในรุ่นถัดไป
  2. ประเทศที่ประสบความสําเร็จในการใช้วัคซีนเพื่อการควบคุมการระบาด ล้วนแต่ใช้วัคซีนชนิด rRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะทั้งสิ้น ส่วนประเทศที่ใช้วัคซีนชนิดเชื้อตายเป็นหลัก เช่น อินโดนีเซียและชิลี ยังพบผู้ป่วยใหม่ในอัตราที่สูงมาก แม้จะลดอัตราตายได้ แต่ก็เป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของประเทศเหล่านั้น เป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ในขณะนี้เริ่มปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนแล้วว่า มีผู้เสียชีวิตจากโควิด – 19 มาก ขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย ในประเทศชิลี มีการใช้วัคซีนชนิด mRNA เพิ่มขึ้นอย่างมาก และพบว่าวัคซีนชนิด mRNA มีประสิทธิผลสูงกว่าวัคซีนของบริษัท Sinovac ในทุกด้าน ทั้งการป้องกันการป่วย (90.99% เทียบกับ 63.69%) ป่วยปานกลาง (97.19% เทียบกับ 87396), ป่วยหนักเข้า ICU (98.49% เทียบกับ 9996) และเสียชีวิต (91.8% เทียบกับ 86.49%) การเลือกชนิดของวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมป้องกันโรค จึงมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อนโยบายการเปิดประเทศภายใน 120 วัน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศ ไปแล้ว