> สั่งจำคุก'ปารีณา'1ปี-ปรับ1แสน คดีหมิ่น'ช่อ'เอี่ยวบึ้มกรุง - Dropstime research paper maker philippines research paper helper cover letter for kitchen helper creative writing skills can i write upsc essay paper in bengali i want to pay someone to do my homework creative writing programs alberta creative writing ma what does mfa in creative writing mean gcse english language creative writing past papers mfa programs canada creative writing essay written by ias toppers in english river glossary homework help what are the different types of creative writing writing college essay about chronic illness uea creative writing ba hard creative writing prompts scholarships for creative writing masters windy day creative writing university personal statement writing service business plan for money service business peer editing form for argumentative essay creative writing death of a loved one mfa in creative writing programs near me types of mountains primary homework help

สั่งจำคุก’ปารีณา’1ปี-ปรับ1แสน คดีหมิ่น’ช่อ’เอี่ยวบึ้มกรุง

ศาลอาญาพิพากษาคดี “เอ๋-ปารีณา ไกรคุปต์” หมิ่นประมาท “ช่อ พรรณิการ์” กล่าวหาเอี่ยวเหตุบึ้มกรุงเทพฯ ปี 62 จำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือ จำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ห้องพิจารณา 806 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาทหมายเลขดำ อ.2043/62 ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ขณะนั้นเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา หรือเอ๋ ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทหมิ่นผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328


   
กรณีเมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 เวลากลางวัน น.ส.ปารีณา จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวหาใส่ร้ายทำนองว่า น.ส.พรรณิการ์ โจทก์ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ขณะนั้น) มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุระเบิดในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งล้วนเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ขณะที่ น.ส.ปารีณา จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี
 
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้ง 2 ฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 พิพากษา จำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 100,000 บาท จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

ทั้งนี้เวลา 13.00 น. น.ส.พรรณิการ์ ได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการกรุงเทพใต้ เพื่อให้ตำรวจส่งตัวให้อัยการในคดีที่ถูก น.ส.ปารีณา ฟ้องหมิ่นประมาท โดย น.ส.ปารีณา อ้างว่า การที่ น.ส.พรรณิการ์ ไปฟ้องหมิ่นประมาทตนทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง.