> 'อ๊อคแลนด์'เขี่ยแชมป์3สมัย ขึ้นที่1เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก - Dropstime creative writing shark attack daraprim price hike case study do you help me with my homework essay writing college scholarships how to do well in english creative writing commas in creative writing life hacks for doing homework pay someone to do my english homework ww2 timeline homework help doing a literature review in health and social care a practical guide 3rd edition order dissertation binding lindenwood creative writing mfa hull creative writing ve day ww2 primary homework help creative writing made easy creative writing programs portland oregon quick writing exercises creative writing phd creative writing bath spa creative writing mfa nyu top universities for english literature and creative writing creative writing course plymouth creative writing activities for grade 7 light creative writing does homework help your memory csusb mfa creative writing

‘อ๊อคแลนด์’เขี่ยแชมป์3สมัย ขึ้นที่1เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก


เมืองอ๊อคแลนด์ บนเกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ เขี่ยแชมป์เก่า 3 ปีซ้อน กรุงเวียนนา เมืองหลวงออสเตรีย ขึ้นอันดับ 1 เมืองที่น่าอยู่อาศัยใช้ชีวิต มากที่สุดในโลก ในปี พ.ศ. 2564 จากการสำรวจและจัดอันดับโดย อีไอยู ส่วนกรุงดามัสกัส เมืองหลวงซีเรีย ยึดแชมป์เมืองไม่น่าอยู่ที่สุดในโลก จากสงครามกลางเมืองยืดเยื้อ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่า ผลการสำรวจและจัดอันดับ เมืองที่น่าอยู่อาศัยมากที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยหน่วยวิจัย อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต หรือ อีไอยู (Economist Intelligence Unit : EIU) ของบริษัทสื่อสารมวลชน อีโคโนมิสต์ กรุ๊ป แห่งกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ปรากฏว่า เมืองอ๊อคแลนด์ของนิวซีแลนด์ ตามด้วยเมืองโอซากา ในญี่ปุ่น และเมืองแอดิเลด ในออสเตรเลีย

การสำรวจเมืองน่าอยู่อาศัยประจำปีของอีไอยู ได้จากการสำรวจเมืองต่างๆ 140 เมืองทั่วโลก โดยใช้ปัจจัยหลากหลาย รวมถึง ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ค่าครองชีพ ระบบสาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข สันทนาการ และอื่นๆ
การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผลเป็นอย่างมากต่อการจัดอันดับในปีนี้ โดยหลายเมืองในยุโรปอันดับร่วงลง ขณะที่เมืองในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ อันดับสูงขึ้น เนื่องจากประเทศเกาะกลางมหาสมุทรเหล่านี้ ดำเนินการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต่อการระบาดของโควิด-19 ทำให้สามารถลดการติดเชื้อ และผ่อนคลายข้อจำกัดทางสังคม
ลงการณ์ของอีไอยู ระบุว่า เมืองอ๊อคแลนด์ซึ่งเคยมีอันดับดีที่สุด อันดับ 8 ในปี พ.ศ. 2560 พุ่งสู่อันดับ 1 ของโลกในปีนี้ เนื่องจากความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้เมืองไม่ต้องถูกล็อกดาวน์ ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ต่างจากเมืองส่วนใหญ่ทั่วโลก

อันดับเมืองน่าอยู่เปลี่ยนแปลงจำนวนมากในปีนี้ กรุงเวียนนา เมืองหลวงออสเตรีย ที่เคยครองแชมป์ 3 ปีติดต่อกัน ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2563 ปีนี้อันดับร่วงหลุดท็อปเทน 10 อันดับแรก ลงไปอยู่อันดับที่ 12 แต่ในส่วนของเมืองที่ไม่น่าอยู่อาศัย อันดับส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิม โดยกรุงดามัสกัส เมืองหลวงซีเรีย ยังครองความเป็นเมือง ที่ไม่น่าอยู่อาศัยมากที่สุดในโลกอีกปี จากปัจจัยหลักภาวะสงครามกลางเมืองยืดเยื้อ ย่างเข้าสู่ปีที่ 11 และได้คะแนนต่ำในหลายปัจจัยชี้วัด รวมถึง ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ระบบสาธารณูปโภค และระบบสาธารณสุข เป็นต้น

สรุป 10 อันดับแรกเมืองน่าอยุ่อาศัยมากที่สุดในโลก ประจำปีนี้ ได้แก่ 1. อ๊อคแลนด์ (นิวซีแลนด์) 2.โอซากา (ญี่ปุ่น) 3. แอดิเลด (ออสเตรเลีย) 4. เวลลิงตัน (นิวซีแลนด์) 5. โตเกียว (ญี่ปุ่น) 6. เพิร์ธ (ออสเตรเลีย) 7. ซูริค (สวิตเซอร์แลนดฺ) 8. เจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์) 9. เมลเบิร์น (ออสเตรเลีย) และ 10. บริสเบน (ออสเตรเลีย)

ส่วน 10 อันดับเมืองที่ไม่น่าอยู่อาศัยมากที่สุดในโลกของปีนี้ ไล่เรียงจากท้ายสุดตาราง ประกอบด้วย 1. ดามัสกัส (ซีเรีย) 2. ลากอส (ไนจีเรีย) 3. พอร์ตมอร์สบี (ปาปัวนิวกินี) 4. ธากา (บังกลาเทศ) 5. แอลเจียร์ (แอลจีเรีย) 6. ตริโปลี (ลิเบีย) 7. การาจี (ปากีสถาน) 8. ฮาราเร (ซิมบับเว) 9. ดูอาลา (แคเมอรูน) และ 10. การากัส (เวเนซุเอลา).