> เปิดโปง QAnon ลัทธิคลั่งเบื้องหลังสาวกทรัมป์ - Dropstime thesis writing help in dubai emotional pain creative writing literary criticism and creative writing western washington university creative writing essay on paid news in 250 words show me a written job application letter university of colorado boulder creative writing mfa i need help writing my thesis creative writing nus uhd creative writing best essay writers reddit cover letter for job order creative writing workshops richmond va funny creative writing prompts seventh grade creative writing prompts short course in creative writing types of mountains primary homework help creative writing how i spent my summer vacation how to help the homeless essay soal essay editing video best resume writing service 2019 nurse practitioner homework help can i write a 2000 word essay in 2 days creative writing programs chicago ma creative writing prose uea

เปิดโปง QAnon ลัทธิคลั่งเบื้องหลังสาวกทรัมป์

อธิบายชัดๆ ที่มาที่ไปของลัทธิ QAnon ที่กำลังเขย่าประชาธิปไตยสหรัฐ
การบุกอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกตัวเองว่า “QAnon” เข้าร่วมวงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เชื่อว่าเป็นแกนนำคนสำคัญของกลุ่มอย่าง เจค แองเจลี หรือ เจค็อบ แอนโธนี แชนสลีย์ ที่บุกเข้าไปถึงด้านในตัวอาคาร และแอชลีย์ แบบบิต อดีตทหารในกองทัพอากาศสหรัฐที่บุกคองเกรสจนถูกยิงเสียชีวิต คนเหล่านี้ทำให้ชื่อของ QAnon ถูกพูดถึงอีกครั้ง

ต่อไปนี้คือสรุปที่มาที่ไปและความเชื่อของกลุ่ม QAnon

  1. QAnon คือทฤษฎีสมคบคิดที่ปราศจากมูลความจริงของกลุ่มขวาจัดที่เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐ ร่วมมือกับนักการเมืองพรรคเดโมแครต มหาเศรษฐี และคนดังในวงการฮอลลีวูด ไม่ว่าจะเป็น ฮิลลารี คลินตัน, บารัก โอบามา, จอร์จ โซรอส หรือโอปราห์ วินฟรีย์ พยายามสร้างรัฐซ้อนรัฐ (deep state) เพื่อครอบงำสหรัฐ และยังกล่าวหาว่าคนกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก รวมถึงเชื่ออีกว่าทรัมป์กำลังทำสงครามกับคนกลุ่มนี้อย่างลับๆ เพื่อช่วยโลก
  2. QAnon ยังเชื่อคำกล่าวอ้างอื่นๆ อีกมากมายแต่ส่วนใหญ่มักมีเนื้อหาที่ขัดแย้งกันเอง โดยสาวกของกลุ่มมักจะหยิบยกเอาข่าว ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ และศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลขมาเชื่อมโยงกันได้ข้อสรุปของตัวเองที่เหลือเชื่อสำหรับคนอื่นๆ
  3. QAnon เริ่มเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์เมื่อเดือน ต.ค.2017 โดยผู้ใช้งานนิรนามรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Q โพสต์ข้อความในเว็บบอร์ด 4chan อ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐและสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับระดับสูงที่เรียกว่า Q clearance ของรัฐบาลทรัมป์
  4. ขณะนั้น Q ทำนายว่า ฮิลลารี คลินตัน อดีตคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์จะถูกจับ และจะเกิดการจลาจลไปทั่ว ซึ่งคำทำนายนี้ไม่ได้เกืดขึ้นจริง แต่ Q ก็ยังโพสต์เรื่องราวต่างๆ เรื่อยมา รวมทั้งกรณี Pizzagate ในช่วงเลือกตั้งสหรัฐปี 2016 ที่บอกว่าฮิลลารีอยู่เบื้องหลังขบวนการลักพาตัวเด็ก โดยใช้ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งในกรุงวอชิงตันดี.ซี.เป็นที่กักขังและล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

5.ข้อกล่าวหานี้ทำให้ร้านพิซซ่าและพนักงานของร้านดังกล่าวถูกคุกคามอย่างหนัก และมีชายรายหนึ่งจากรัฐนอร์ทแคโรไลนาที่เชื่อในทฤษฎีนี้บุกไปที่ร้านโดยใช้ปืนไรเฟิลยิงตัวล็อกประตูห้องเก็บของเพื่อจะเข้าไปค้นหาตัวเด็กๆ ที่เขาเชื่อว่าถูกจับมาและกำลังจะถูกส่งไปขาย

6.แม้จะมีการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา แต่ยังไม่มีใครสามารถเปิดเผยได้ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังคนที่ใช้ชื่อว่า Q นี้คือใคร หลายคนไม่เชื่อว่า Q เป็นคนระดับสูงในรัฐบาลตามที่อ้าง ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง Q หลายคน

7.กลุ่ม QAnon เริ่มปรากฏตัวเข้าร่วมแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์เมื่อเดือน ส.ค. 2018 ก่อนที่ความเชื่อนี้จะกระจายเป็นวงกว้างในโลกโซเชียลมีเดียผ่านแฮชแท็กประจำกลุ่ม อาทิ #SaveTheChildren #Wherewegoonewegoall และ #WWG1WGA

8.แม้ว่าทฤษฎีของ QAnon อาจดูเลื่อยลอยหรือพิลึกพิลั่น ไม่น่าเชื่อถือในสายตาของคนทั่วไป แต่กลับมีคนคล้อยตามทฤษฎีสมคบคิดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มขึ้นอย่างมากในโซเชียลมีเดียหลัก อาทิ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ เรดดิต โดย มาร์ก อังเดร อาร์เจนติโน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยคอนคอร์เดียระบุว่า สาวกกลุ่มเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวในช่วงโควิด-19 ระบาด

9.ข้อมูลของเฟซบุ๊คพบว่า ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ย. 2020 สมาชิกของกลุ่ม QAnon ในกลุ่มเฟซบุ๊คและเพจเฟซบุ๊คเพิ่มขึ้น 581% โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นหลังจากทางการสหรัฐประกาศปิดพรมแดนเมื่อเดือน มี.ค. เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19

10.ด้านทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขาไม่รู้เกี่ยวกับขบวนการที่ว่านี้มากนัก แต่ได้ยินมาว่า “นี่เป็นกลุ่มคนที่รักประเทศชาติ” และจากการวิเคราะห์ของ Media Matters of America พบว่า จนถึงเดือน ต.ค. 2020 ทรัมป์ช่วยให้ข้อมูลของ QAnon กระจายไปทั่วโลกออนไลน์อย่างน้อย 265 ครั้ง จากการรีทวีตหรืออ้างอิงถึงบัญชีทวิตเตอร์ 152 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับ QAnon ไม่ว่าเจ้าตัวจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

11.นอกจากในสหรัฐแล้ว กลุ่ม QAnon ยังลุกลามเข้าไปในหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป อาทิ เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่สองรองจากสหรัฐที่มีผู้เข้าร่วมและติดตาม QAnon มากที่สุดในต่างประเทศ โดยคนเหล่านี้ใช้แอพพลิเคชัน Telegram ส่งข้อความถึงกัน และมีสมาชิกกว่า 120,000 คน และยังมีฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ

12.สาวก QAnon มักจะใช้แฮชแท็กรุมโจมตีบุคคลที่คิดว่าเป็นศัตรู ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง เซเลบริตี และนักข่าวที่พวกเขาเชื่อว่าช่วยปกปิดการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และพฤติกรรมคุกคามของคนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในโลกออนไลน์เท่านั้น ที่ผ่านมาสาวก QAnon หลายคนถูกจับกุมในข้อหาข่มขู่หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้าม โดยกรณีที่เป็นข่าวใหญ่เกิดขึ้นเมื่อปี 2018 เมื่อ แมทธิว ไรท์ ขนอาวุธหนักปิดสะพานเหนือเขื่อนฮูเวอร์นาน 90 นาที เนื่องจากไม่พอใจผลการสอบสวนการใช้อีเมล์ส่วนตัวของฮิลลารี โดยเขาเชื่อว่ามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามที่ Q บอก

13.ปี 2019 สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ หรือ FBI ระบุว่า QAnon อาจจะเป็นภัยคุกคามในประเทศอย่างหนึ่ง หลังจากเกิดความกังวลว่าผู้ที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดนี้อาจก่อการร้ายภายในประเทศได้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ FBI ระบุให้ทฤษฎีสมคบคิดเป็นภัยคุกคาม

14.เช่นเดียวกับศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายของโรงเรียนเตรียมทหารสหรัฐ (The United States Military Academy – West Point) ระบุว่า QAnon เป็นความท้าทายใหม่ต่อความมั่นคงสาธารณะ

15.ด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่แนวคิดนี้ก็เริ่มเข้ามาจัดการเช่นกัน โดยทวิตเตอร์ไล่แบนบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ QAnon รวมทั้งเปลี่ยนอัลกอริทึมเพื่อลดการเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2020 ทวิตเตอร์ปิดบัญชี้ของ QAnon ไปถึง 70,000 บัญชีหลังกรณีบุกคองเกรส เช่นเดียวกับเฟซบุ๊คที่เริ่มติดตามโพสต์ที่มีแนวคิดเกี่ยวข้องกับ QAnon ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว และลบบัญชีที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความรุนแรงเรื่อยมา

16.อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการไล่ลบบัญชีต่างๆ เหล่านี้ไม่ช่วยให้ทางกลุ่มยุติการเคลื่อนไหว เพราะยิ่งห้ามหรือลบกลุ่มเหล่านี้บนโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้เชื่อไปอีกว่ากำลังทำสงครามข้อมูลกับสื่อและ deep state อยู่

17.ที่น่ากังวลก็คือพวก QAnon มีแนวโน้มที่จะเป็นลัทธิที่ทำให้ผู้คนเชื่อจนยอมตายได้ เช่น กรณีของแอชลีย์ แบบบิต อดีตทหารในกองทัพอากาศสหรัฐที่บุกคองเกรสจนถูกยิงเสียชีวิต เพื่อนของเธอที่ทำงานในกองทัพอากาศบอกว่าแอชลีย์เชื่อว่าการทำให้ทรัมป์บรรลุจุดประสงค์นั้น “ควรค่าแก่การสละชีวิต” และบอกว่าแอชลีย์เป็น “ชาวอเมริกันที่แท้จริง”

Photo by RINGO CHIU / AFP