> โควิดคร่า "ข้าราชการผังเมือง" ลูก-เมียติดเชื้อด้วย สุดเศร้าได้กลับมาเจอเพียงเถ้ากระดูก - Dropstime nursing dissertation help uk doing homework for money vampire creative writing essay cover page maker homework help river nile creative writing is an imaginative exploration discuss curiosity description creative writing creative writing on rear window virginia commonwealth university mfa creative writing full sail university mfa creative writing review how to teach my child creative writing personal qualifications essay (pqe) written test state the importance of creative writing ma creative writing prose uea creative writing describing a room ignou creative writing course study material phd creative writing uct creative writing setting exercises creative writing prompts scary emory creative writing reading series descriptive words for creative writing scary creative writing prompts university of miami creative writing very creative writing prompts my uncle helps me doing homework

โควิดคร่า “ข้าราชการผังเมือง” ลูก-เมียติดเชื้อด้วย สุดเศร้าได้กลับมาเจอเพียงเถ้ากระดูก


โควิดคร่า ข้าราชการผังเมืองหนุ่มไฟแรงวัย 42 ปี ลูก-เมียติดเชื้อด้วย สุดเศร้าไม่ได้พบหน้ากันอีก สิ่งสุดท้ายเหลือเพียงเถ้ากระดูก

การจัดการศพผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 จะต้องทำการฌาปนกิจศพ ในทันที่ พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา ญาติพี่น้อง ก็ไม่สามารถที่จะเห็นหน้าหรือแม้แต่คำสั่งลา สิ่งเดียวที่ญาติๆ พอจะทำให้แก่ผู้ที่จากไป ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และความสบายใจของผู้ที่ยังอยู่ข้างหลัง มีเพียงการนำเถ้ากระดูกที่ถูกเผาแล้วมาประกอบพิธีทางศาสนา สวดพระอภิธรรมให้แก่ผู้วายชนม์ ทามกลางความอาลัยและเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

โควิดสุโขทัยดับอีกราย คลัสเตอร์งานเลี้ยง รมต. รักษาตัวนับเดือน เลือดเป็นกรด-ดื้อยา
นายณัฐพล ติวุตานนท์ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการผังเมือง สังกัดสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุโขทัย อายุ 42 ปี คนหนุ่มไฟแรง ตั้งใจทำงานอนาคตดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 คลัสเตอร์งานเลี้ยงสังสรรค์รดน้ำดำหัวที่ร้านอาหารดัง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุโขทัย ในวันที่ 21 เมษายน 2564 และ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564

นายจีรพล ติวุตานนท์ พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนทราบว่าลูกติดเชื้อโควิด-19 โดยลูกชายโทรศัพท์มาแจ้ง หลังจากนั้นก็มีการติดต่อผู้คุยกับลูกทางไลน์ ให้กำลังใจกับลูกเสมอว่าเดี๋ยวก็หาย เสียใจมาก ตนเองมีลูก 2 คน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ส่วนลูกสาวอยู่กับแม่ที่ต่างประเทศ ลูกชายเป็นคนดี ขยันทำงาน เจ้านายและเพื่อนๆ รัก ในช่วงที่ลูกอาการหนักก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย ได้แต่สอบถามอาการจากแพทย์เท่านั้น

ด้านน้องเบส นางอาทิตยา ติวุตานนท์ ภรรยาของนายณัฐพล ผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ตอนนั้นพอทราบข่าวว่ามีคนในกลุ่มที่ไปทานอาหารงานเลี้ยงสังสรรค์รดน้ำดำหัว เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา มีคนติดโควิด-19 ก็พากันไปตรวจหาเชื้อกันทั้งตนเองและสามี ในวันรุ่งขึ้นอีกวันก็พาลูกชายคนโตไปตรวจหาเชื้อซึ่งผลออกมาว่า ทั้ง 3 คน ติดโควิด- 19 จากนั้นทางโรงพยาบาลก็มารับตัว ทั้ง 3 คนเข้าไปทำการรักษาตัว รักษาตัวไปได้ซักระยะตนเองและลูกไม่มีอาการที่รุนแรง แพทย์ให้ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสนาม ส่วนตัวสามีมีอาการไอเจ็บคอไข้ขึ้นๆ ลงๆ แพทย์ให้การรักษาอย่างต่อเนื่อง จนอาการเริ่มเป็นหนักมากขึ้นเรื่อยๆ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในช่วงที่สามีป่วยก็ใช้วิธีวิดีโอคอลคุยกันตลอด จนสามีมีอาการหนักได้เพียงสอบถามอาการจากทีมแพทย์ที่รักษา เสียใจอย่างที่สุดที่ต้องเสียสามีไปจากโรคโควิด-19 แต่เราต้องลุกขึ้นมาให้เร็วที่สุดเพราะยังมีลูกอีก 2 ชีวิตที่ต้องดูแลกัน
นายคมกฤษ ศิริยุทธแสนยากร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงนายจีรพล ที่นอกจากจะเป็นรุ่นน้องในสถาบันเดียวกันแล้ว ยังเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดโยธาธิการและผังเมืองที่ตนดูแลอยู่ นายจีรพล หรือโอ๊ต เป็นคนดี เป็นคนมีคุณภาพ เป็นทีรักของทุกคน รู้จักคนมาก เป็นคนเก่งใฝ่รู้ มีความสามารถ มีแนวคิดที่ดี ทำงานที่สั่งได้สำเร็จลุล่วงได้ดี เป็นที่รักของเพื่อนๆ ร่วมงาน รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียคนดีบุคลากรที่สำคัญของจังหวัดและของประเทศไป ซึ่งในช่วงที่นายจีรพล หรือโอ๊ต ป่วยตนเองก็ติดตามอาการของน้องตลอด และวิตกกังวลมาตลอด จนวาระสุดท้ายที่ทราบว่าน้องโอ๊ตจะเสีย พวกเราตั้งใจทำให้น้องให้ดีที่สุดจนวาระสุดทายของเค้า ถึงวันนี้รู้สึกเสียใจและเสียดายคนดีอย่างน้องโอ๊ต ไม่น่าที่จะต้องมาจากไปด้วยโรคร้ายนี้เลย

นายสุเมธ วรรณเขียว พนักงานสถาปนิกคุมงานวิชาการโยธา เพื่อร่วมงานรุ่นน้อง กล่าวว่านายจีรพล หรือโอ๊ต เป็นคนเก่ง มีความสามารถเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังรุ่ง เป็นบุคลากรที่ดีที่เก่งคนหนึ่งของกรม รู้สึกเสียดาย ที่ความสามารถของแก จะต้องมาหยุดแค่นี้ ไม่เคยคิดว่า โรคโควิด -19 จะทำร้ายคนใกล้ตัวได้ขนาดนี้ จากที่ผ่านมารู้สึกว่ามันค่อนข้างจะไกลตัวถ้าเราดูแลรักษาตัวเองดี แต่พอมันเกิดขึ้นมากับใครคนหนึ่งยิ่งเป็นคนที่ใกล้ตัวแล้วรู้สึกว่า เค้าไม่หายเหมือนที่คนอื่นหาย ถึงกับเอาชีวิตเค้าไป รู้สึกว่ามันโหดร้าย ทำให้เรารู้สึกว่าเราจำเป็นต้องดูแลรักษาตัวเองให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ขนาดดูแลกันเต็มที่แล้วยังเป็น ที่สำคัญพอเป็นขึ้นมาแล้วก็ไม่รู้ว่าร่างกายเราจะเป็นยังไงบางคนก็หายบางคนก็ไม่หาย อย่างพี่โอ๊ต เป็นคนที่แข็งแรงพอเป็นปุ๊บทำให้เสียชีวิตได้ขนาดนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่ร่างกายอ่อนแอเสมอไป เราต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นไปกว่าเดิมอีก